อำเภอในจังหวัดยโสธร

1. อำเภอกุดชุม

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอกุดชุมตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองพอก (จังหวัดร้อยเอ็ด) และอำเภอเลิงนกทา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอไทยเจริญ
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอป่าติ้วและอำเภอทรายมูล
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอทรายมูล และอำเภอเสลภูมิ (จังหวัดร้อยเอ็ด)

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอกุดชุมแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 ตำบล 128 หมู่บ้าน ได้แก่
1. กุดชุม (Kut Chum) 6. หนองหมี (Nong Mi)
2. โนนเปือย (Non Pueai) 7. โพนงาม (Phon Ngam)
3. กำแมด (Kammaet) 8. คำน้ำสร้าง (Kham Nam Sang)
4. นาโส่ (Na So) 9. หนองแหน (Nong Nae)
5. ห้วยแก้ง (Huai Kaeng)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอกุดชุมประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลกุดชุมและบางส่วนของตำบลโนนเปือย
องค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดชุมทั้งตำบล (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา)
องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเปือย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนเปือย (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา)
องค์การบริหารส่วนตำบลกำแมด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกำแมดทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลนาโส่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาโส่ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยแก้งทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองหมีทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนงามทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลคำน้ำสร้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำน้ำสร้างทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแหนทั้งตำบล

2.อำเภอคำเขื่อนแก้ว

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอคำเขื่อนแก้วตั้งอยู่ทางตอนกลาง ค่อนไปทางใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอป่าติ้ว
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอหัวตะพาน (จังหวัดอำนาจเจริญ)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเขื่องใน (จังหวัดอุบลราชธานี) และอำเภอมหาชนะชัย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอพนมไพร (จังหวัดร้อยเอ็ด) และอำเภอเมืองยโสธร
การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอคำเขื่อนแก้วแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 13 ตำบล 114 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ลุมพุก (Lumphuk) 8. กู่จาน (Ku Chan)
2. ย่อ (Yo) 9. นาแก (Na Kae)
3. สงเปือย (Song Pueai) 10. กุดกุง (Kut Kung)
4. โพนทัน (Phon Than) 11. เหล่าไฮ (Lao Hai)
5. ทุ่งมน (Thung Mon) 12. แคนน้อย (Khaen Noi)
6. นาคำ (Na Kham) 13. ดงเจริญ (Dong Charoen)
7. ดงแคนใหญ่ (Dong Khaen Yai)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอคำเขื่อนแก้วประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลลุมพุก
เทศบาลตำบลดงแคนใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงแคนใหญ่ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลลุมพุก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลุมพุก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว)
องค์การบริหารส่วนตำบลย่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลย่อทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสงเปือยทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโพนทัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนทันทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งมนทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาคำทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลกู่จาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกู่จานทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลนาแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาแกทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลกุดกุง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดกุงทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าไฮ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเหล่าไฮทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลแคนน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแคนน้อยทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงเจริญทั้งตำบล

3.อำเภอค้อวัง

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอค้อวังตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอมหาชนะชัย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเขื่องใน (จังหวัดอุบลราชธานี)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอยางชุมน้อยและอำเภอราษีไศล (จังหวัดศรีสะเกษ)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอราษีไศล (จังหวัดศรีสะเกษ) และอำเภอมหาชนะชัย

ประวัติ
อำเภอค้อวัง เดิมชื่อว่า “บ้านโนนค้อ” ต่อมาได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ “วัง” เดินทางมาจาก อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มาบำเพ็ญพรตอยู่ที่บ้านโนนค้อ พระภิกษุรูปนี้เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง ราษฏรจึงอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านโนนค้อ เป็นกลุ่มเป็นก้อนและใช้ชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า “บ้านค้อวัง” จนกระทั่งปัจจุบัน

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอค้อวังแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 45 หมู่บ้าน
1. ฟ้าห่วน (Fa Huan)
2. กุดน้ำใส (Kut Nam Sai)
3. น้ำอ้อม (Nam Om)
4. ค้อวัง (Kho Wang)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอค้อวังประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลค้อวัง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลค้อวัง
องค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าห่วน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฟ้าห่วนทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลกุดน้ำใส ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดน้ำใสทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำอ้อมทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลค้อวัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลค้อวัง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลค้อวัง)

4.อำเภอทรายมูล

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอทรายมูลตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอกุดชุม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอกุดชุม
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองยโสธร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสลภูมิ (จังหวัดร้อยเอ็ด)

ประวัติ
ในอดีตทรายมูลเป็นเพียงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตอำเภอยโสธร (สมัยยังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี) ในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดโรคระบาด ชาวบ้านได้อพยพย้ายถิ่นฐานไปจากที่ตั้งเดิมไปตั้งหมู่บ้านที่ใหม่ ห่างจากที่ตั้งเดิมไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งใหม่นี้ว่า บ้านทรายมูล
บ้านทรายมูลได้รับการยกฐานะเป็น ตำบลทรายมูล และต่อมาพื้นที่บางส่วนของตำบลได้รับการประกาศเป็นสุขาภิบาลทรายมูล เมื่อปี พ.ศ. 2511 ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ประกาศตั้งเป็น กิ่งอำเภอทรายมูล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 โดยขึ้นกับอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร และได้รับการยกฐานะเป็น อำเภอทรายมูล เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2527
การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอทรายมูลแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 5 ตำบล 54 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ทรายมูล (Sai Mun) 16 หมู่บ้าน
2. ดู่ลาด (Du Lat) 12 หมู่บ้าน
3. ดงมะไฟ (Dong Mafai) 10 หมู่บ้าน
4. นาเวียง (Na Wiang) 7 หมู่บ้าน
5. ไผ่ (Phai) 9 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอทรายมูลประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลทรายมูล ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลทรายมูล
เทศบาลตำบลนาเวียง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาเวียงทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลทรายมูล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทรายมูล (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลทรายมูล)
องค์การบริหารส่วนตำบลดู่ลาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดู่ลาดทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงมะไฟทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไผ่ทั้งตำบล

5.อำเภอป่าติ้ว

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอป่าติ้วตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอกุดชุมและอำเภอไทยเจริญ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองอำนาจเจริญและอำเภอหัวตะพาน (จังหวัดอำนาจเจริญ)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอคำเขื่อนแก้ว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองยโสธรและอำเภอกุดชุม

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอป่าติ้วแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 57 หมู่บ้าน ได้แก่
1. โพธิ์ไทร (Pho Sai) 12 หมู่บ้าน
2. กระจาย (Krachai) 13 หมู่บ้าน
3. โคกนาโก (Khok Na Ko) 16 หมู่บ้าน
4. เชียงเพ็ง (Chiang Pheng) 7 หมู่บ้าน
5. ศรีฐาน (Si Than) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอป่าติ้วประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลป่าติ้ว ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโพธิ์ไทร
องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพธิ์ไทร (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลป่าติ้ว)
องค์การบริหารส่วนตำบลกระจาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระจายทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโคกนาโก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกนาโกทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเชียงเพ็งทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีฐานทั้งตำบล

6.อำเภอมหาชนะชัย

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอมหาชนะชัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 41 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพนมไพร (จังหวัดร้อยเอ็ด) และอำเภอคำเขื่อนแก้ว
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเขื่องใน (จังหวัดอุบลราชธานี)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอค้อวัง และอำเภอราษีไศล (จังหวัดศรีสะเกษ)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอศิลาลาด (จังหวัดศรีสะเกษ) และอำเภอพนมไพร (จังหวัดร้อยเอ็ด)

ประวัติ
ช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองอุบลราชธานีมีพระบรมราชนุวงศา (ท้าวกุทอง) เป็นเจ้าเมือง ท่านมีบุตรหลายคนที่มีความสามารถเป็นเจ้าเมืองอุปฮาด (อุปราช) ประกอบกับในระยะนั้น บริเวณที่ตั้งอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน มีโจรผู้ร้ายชุกชุม ยากแก่การปกครองและปราบปราม ท่านจึงให้ท้าวปุตะ คำพูน (คำพูน สุวรรณกูฎ) ซึ่งเป็นบุตรออกไปสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเมืองใหม่ ท้าวคำพูนได้ออกสำรวจพื้นที่และได้พิจารณาเห็นว่า “บ้านเวินชัย” (ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 5 บ้านผือฮี) มีทำเลเหมาะสม และมีลำชี (แม่น้ำชี) ไหลผ่านสะดวกแก่การคมนาคมทางเรือ จึงได้ทำรายงานให้พระพรหมวงศาขอจัดตั้งเมืองขึ้นที่บ้านเวินชัย โดยให้เป็นแขวงเมืองขึ้นต่อเมืองอุบลราชธานี
ต่อมาวันแรม 11 ค่ำ เดือน 12 ปีกุน เบญจศก จ.ศ. 1225 (ตรงกับ พ.ศ. 2406) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง เมืองมหาชนะชัย ขึ้นที่บ้านเวินชัย และได้ทรงแต่งตั้งท้าวคำพูนเป็นเจ้าเมืองมหาชนะชัย และพระราชทานนามท้าวคำพูนว่า “พระเรืองชัยชนะ” และแต่งตั้งท้าวโพธิราช (ผา) เป็นอุปฮาด ท้าววรกิตติกา (ไชย) เป็นราชวงศ์ และท้าวอุเทน (หอย) เป็นราชบุตร
พระเรืองชัยชนะได้ปกครองเมืองที่บ้านเวินชัยประมาณเดือนเศษก็พบว่า บริเวณดังกล่าวมีสภาพภูมิประเทศคับแคบ ขยายตัวเมืองได้ยาก ประกอบกับเป็นคุ้งน้ำเซาะดินพังอยู่เสมอ ดังนั้นจึงได้ย้ายเมืองใหม่มาตั้งที่บ้านฟ้าหยาดในปัจจุบัน
พระเรืองชัยชนะปกครองเมืองมหาชนะชัยจนถึงแก่กรรม พระสิกธิจางวางได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาอีก 15 ปี ก็ถึงแก่กรรมอีก ทางราชการจึงได้ยุบเมืองมหาชนะชัยเป็น อำเภอมหาชนะชัย ขึ้นตรงต่อเมืองอุบลราชธานี พร้อมกับแต่งตั้งท้าวสุริยนต์ บุตรพระสิกธิจางวาง เป็นนายอำเภอมหาชนะชัยคนแรก (สันนิษฐานว่าเป็นคนเดียวกับหลวงวัฒนวงศ์โทนุบล)
เนื่องจากอำเภอมหาชนะชัยตั้งอยู่บ้านฟ้าหยาด ตำบลฟ้าหยาด กระทรวงมหาดไทยจึงได้เปลี่ยนชื่ออำเภอมหาชนะชัยเป็น อำเภอฟ้าหยาด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2460 จนกระทั่งถึงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2482 กระทรวงมหาดไทยจึงได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอฟ้าหยาดเป็น “อำเภอมหาชนะชัย” อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2515 อำเภอมหาชนะชัยจึงได้ย้ายไปขึ้นกับจังหวัดยโสธรจนถึงปัจจุบัน

การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอมหาชนะชัยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 103 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ฟ้าหยาด (Fa Yat) 6. ม่วง (Muang)
2. หัวเมือง (Hua Mueang) 7. โนนทราย (Non Sai)
3. คูเมือง (Khu Mueang) 8. บึงแก (Bueng Kae)
4. ผือฮี (Phue Hi) 9. พระเสาร์ (Phra Sao)
5. บากเรือ (Bak Ruea) 10. สงยาง (Song Yang)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอมหาชนะชัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลฟ้าหยาด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลฟ้าหยาด
องค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าหยาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฟ้าหยาด (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลฟ้าหยาด)
องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวเมืองทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคูเมืองทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลผือฮี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลผือฮีทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลบากเรือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบากเรือทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลม่วง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลม่วงทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโนนทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนทรายทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบึงแกทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลพระเสาร์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระเสาร์ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลสงยาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสงยางทั้งตำบล

การคมนาคม
อำเภอมหาชนะชัยมีทางหลวงแผ่นดินตัดผ่านจำนวน 2 สาย คือ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2083 แยกทางหลวงหมายเลข 226 (ส้มป่อยน้อย)-บรรจบทางหลวงหมายเลข 23 (คำเขื่อนแก้ว)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2227 พนมไพร-บรรจบทางหลวงหมายเลข 2083 (มหาชนะชัย)

7.อำเภอเมืองยโสธร

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอเมืองยโสธรตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด ห่างจากกรุงเทพมหานครเป็นระยะทาง 531 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเสลภูมิ (จังหวัดร้อยเอ็ด) อำเภอทรายมูล และอำเภอกุดชุม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอป่าติ้ว
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอพนมไพร (จังหวัดร้อยเอ็ด)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสลภูมิ (จังหวัดร้อยเอ็ด)

ประวัติ
จากพงศาวดารเมืองยโสธรลงจารึกเมื่อจุลศักราช 1259 ร.ศ. 116 ว่า พระวรวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าเมืองเวียงจันทน์ ท้าวหน้า ท้าวคำผง ท้าวทิดพรม และท้าวมุม เดินทางอพยพจะไปอาศัยอยู่กับเจ้านครจำปาศักดิ์ เมื่อเดินทางถึงดงผีสิงห์เห็นเป็นชัยภูมิ จึงได้ตั้งหลักฐานและสร้างเมืองที่นี่ เรียกว่า “บ้านสิงห์ท่า” ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดยโสธรในปัจจุบัน ต่อมาใน พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงยกฐานะเป็น “เมืองยโสธร” ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร มีเจ้าเมืองเป็นพระสุนทรราชวงศา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2443 ได้รวมเข้าอยู่ในบริเวณอุบลราชธานี แล้วแบ่งเป็น 2 อำเภอ เรียกอำเภออุทัยยโสธรและ อำเภอปจิมยโสธร ปี พ.ศ. 2450 เมืองยโสธรถูกยุบลงเพื่อรวมกับจังหวัดอุบลราชธานี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2453 ทางการได้ย้ายอำเภออุทัยยโสธรไปตั้งที่ตำบลลุมพุก และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอคำเขื่อนแก้ว ส่วนอำเภอปจิมยโสธรซึ่งตั้งอำเภออยู่ในเมืองต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอยโสธร ในปี พ.ศ. 2456
ในปี พ.ศ. 2515 ได้มีการจัดตั้งจังหวัดยโสธรโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 70 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยแยกอำเภอยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอป่าติ้ว อำเภอเลิงนกทา และอำเภอกุดชุมออกจากจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรวมกันเป็นจังหวัดยโสธรตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2515 และเป็นกำเนิด อำเภอเมืองยโสธร ในปัจจุบัน

การแบ่งเขตการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอเมืองยโสธรแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 18 ตำบล 190 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ในเมือง (Nai Mueang) 10. สิงห์ (Sing)
2. น้ำคำใหญ่ (Nam Kham Yai) 11. นาสะไมย์ (Na Samai)
3. ตาดทอง (Tat Thong) 12. เขื่องคำ (Khueang Kham)
4. สำราญ (Samran) 13. หนองหิน (Nong Hin)
5. ค้อเหนือ (Kho Nuea) 14. หนองคู (Nong Khu)
6. ดู่ทุ่ง (Du Thung) 15. ขุมเงิน (Khum Ngoen)
7. เดิด (Doet) 16. ทุ่งนางโอก (Thung Nang Ok)
8. ขั้นไดใหญ่ (Khandai Yai) 17. หนองเรือ (Nong Ruea)
9. ทุ่งแต้ (Thung Tae) 18. หนองเป็ด (Nong Pet)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอเมืองยโสธรประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 18 แห่ง ได้แก่
เทศบาลเมืองยโสธร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมืองทั้งตำบล
เทศบาลตำบลตาดทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาดทองทั้งตำบล
เทศบาลตำบลเดิด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเดิดทั้งตำบล
เทศบาลตำบลทุ่งแต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งแต้ทั้งตำบล
เทศบาลตำบลน้ำคำใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำคำใหญ่ทั้งตำบล
เทศบาลตำบลสำราญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำราญทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลค้อเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลค้อเหนือทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลดู่ทุ่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดู่ทุ่งทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลขั้นไดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขั้นไดใหญ่ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลสิงห์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสิงห์ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลนาสะไมย์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาสะไมย์ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่องคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขื่องคำทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองหินทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองคูทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลขุมเงิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขุมเงินทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนางโอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งนางโอกทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเรือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเรือทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเป็ด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเป็ดทั้งตำบล

สถานที่สำคัญในอำเภอ
พระธาตุก่องข้าวน้อย ตำบลตาดทอง

8.อำเภอเลิงนกทา

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอเลิงนกทาตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองสูงและอำเภอนิคมคำสร้อย (จังหวัดมุกดาหาร)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอดอนตาล (จังหวัดมุกดาหาร) และอำเภอชานุมาน (จังหวัดอำนาจเจริญ)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเสนางคนิคม (จังหวัดอำนาจเจริญ) อำเภอไทยเจริญ และอำเภอกุดชุม
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหนองพอก (จังหวัดร้อยเอ็ด)

การแบ่งเขตการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอเลิงนกทาแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 145 หมู่บ้าน
1. บุ่งค้า (Bung Kha) 6. สามแยก (Sam Yaek)
2. สวาท (Sawat) 7. กุดแห่ (Kut Hae)
3. ห้องแซง (Hong Saeng) 8. โคกสำราญ (Khok Samran)
4. สามัคคี (Samakkhi) 9. สร้างมิ่ง (Sang Ming)
5. กุดเชียงหมี (Kut Chiang Mi) 10. ศรีแก้ว (Si Kaeo)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอเลิงนกทาประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลเลิงนกทา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสวาท
เทศบาลตำบลสามแยก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสามแยก
เทศบาลตำบลบุ่งค้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุ่งค้าทั้งตำบล
เทศบาลตำบลห้องแซง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้องแซงทั้งตำบล
เทศบาลตำบลสามัคคี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสามัคคีทั้งตำบล
เทศบาลตำบลศรีแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีแก้วทั้งตำบล
เทศบาลตำบลกุดเชียงหมี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดเชียงหมีทั้งตำบล
เทศบาลตำบลสวาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสวาท (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเลิงนกทา)
องค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสามแยก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสามแยก)
องค์การบริหารส่วนตำบลกุดแห่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดแห่ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำราญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสำราญทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลสร้างมิ่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสร้างมิ่งทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยว
ภูถ้ำพระ
พระใหญ่ วัดพรหมวิหาร
วัดป่าวังน้ำทิพย์
วัดมิสสกวัน บ้านม่วงกาชัง โบสถ์สวยงาม
บึงสำราญชัย ที่ธรณีสงฆ์วัดมิสสกวัน (แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ)

สถาบันอุดมศึกษา
วิทยาลัยการอาชีพเลิงนกทา
โรงเรียนบริหารธุรกิจเลิงนกทา

การคมนาคม
อำเภอเลิงนกทา มีทางหลวงแผ่นดินผ่าน 2 สาย คือ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2047

9.อำเภอไทยเจริญ

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอไทยเจริญตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเลิงนกทา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเสนางคนิคม (จังหวัดอำนาจเจริญ)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองอำนาจเจริญ (จังหวัดอำนาจเจริญ) และอำเภอป่าติ้ว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอกุดชุม

ประวัติ
ไทยเจริญเป็นอำเภอลำดับที่ 9 ของจังหวัดยโสธร และเป็นลำดับที่ 774 ของประเทศไทย ได้รับการจัดตั้งเป็น กิ่งอำเภอไทยเจริญ เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยแยกพื้นที่ตำบลคำเตย ส้มผ่อ น้ำคำ คำไผ่ และไทยเจริญออกมาจากอำเภอเลิงนกทา ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 จึงได้ยกฐานะเป็น อำเภอไทยเจริญ ปัจจุบันแบ่งเขตการปกครองเป็น 5 ตำบล 48 หมู่บ้าน 1 เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง

การแบ่งเขตการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอไทยเจริญแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 48 หมู่บ้าน ได้แก่
1. ไทยเจริญ (Thai Charoen)
2. น้ำคำ (Nam Kham)
3. ส้มผ่อ (Som Pho)
4. คำเตย (Kham Toei)
5. คำไผ่ (Kham Phai)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอไทยเจริญประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำบลคำเตย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำเตยทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลไทยเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไทยเจริญทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำคำทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลส้มผ่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลส้มผ่อทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลคำไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำไผ่ทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยว
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ หรือวัดอัครเทวดามิคาแอล เป็นศาสนาสถานที่สามารถบรรจุคนได้มากกว่า 500 คน โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย[1]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s