ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดยโสธร

ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดยโสธร

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเจริญของประชากรในจังหวัด ยโสธร การมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และสิ่งแวดล้อมดี ย่อมทำให้ประชากรในจังหวัดมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี

Pic033

รูป 1 เปอร์เซ็นต์เนื้อที่การใช้ประโยชน์ในจังหวัด ยโสธร ระหว่างปี 2546 – 2551

จากรูปพบว่า เนื้อที่ในจังหวัดยโสธรได้ทำการ จำแนกออกเป็น 3 ส่วน คือ เนื้อที่ไม่ได้จำแนก เนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรและเนื้อที่ป่าไม้ เห็นได้ว่าเนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรมีเปอร์เซ็นต์เนื้อที่มากที่สุด เนื่องจากมีการนำเนื้อที่ไม่ได้จำแนก และ เนื้อที่ป่าไม้ ไปใช้ประโยชน์มากขึ้น ในปี 2551 เนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรมีเนื้อที่มากที่สุดจำนวน 1,605,388 ไร่ คิดเป็น 61.72 % ของเนื้อที่ทั้งหมด เนื้อที่รองลงมาเป็นเนื้อที่ไม่ได้จำแนกจำนวน 718,352 ไร่ คิดเป็น 27.62% ของเนื้อที่ทั้งหมด
1) ปัญหาครัวเรือนได้กินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ จำนวน 4,758 ครัวเรือน
2) ปัญหาครัวเรือนไม่มีความรู้การใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสม จำนวน 680 ครัวเรือน
3) ปัญหาคนในครัวเรือนติดสุรา จำนวน 564 ครัวเรือน
4) ปัญหาครัวเรือนถูกรบกวนจากมลพิษ จำนวน 267 ครัวเรือน
สำหรับในเรื่องมีรายได้เฉลี่ยของประชาชน พบว่ามีรายได้เฉลี่ย 42,818 บาท ต่อคนต่อปี ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 23,000 บาทต่อปี / คน มีจำนวน 99,434 ครัวเรือน หรือร้อยละ 99.29 ของจำนวนครัวเรือนที่สำรวจทั้งหมด และครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ (ต่ำกว่า 23,000 บาทต่อคนต่อปี) มีจำนวน 712 ครัวเรือน หรือร้อยละ 0.71 ส่วนครัวเรือนที่ไม่มีน้ำสะอาดดื่มเพียงพอตลอดปี จำนวน 84 ครัวเรือน และครัวเรือนที่ไม่มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี จำนวน 35 ครัวเรือน

สรุปสถานการณ์ในด้านสังคมและคุณภาพชีวิต
จุดแข็ง มีสถานศึกษาเพียงพอ บุคลากรในพื้นที่มีภูมิปัญญาหลากหลาย สถานบริการสาธารณสุขมีเพียงพอ สังคมมีความสงบ มีแรงงานจำนวนมาก มีโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวก มีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ ส่วน
จุดอ่อน ประชาชนขาดการศึกษาต่อเนื่อง คุณภาพการศึกษาในระบบยัง ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ / สาธารณสุขมีน้อย ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพอนามัยไม่ดี มีโรคสำคัญแพร่ระบาด คุณภาพชีวิตตามเกณฑ์ จปฐ. ตกเกณฑ์หลายตัวชี้วัด มีครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 23,000 บาทต่อคนต่อปี จำนวน 712 ครัวเรือน ประชาชนมีหนี้สินมาก มีการอพยพแรงงานมาก แรงงานขาดทักษะและวินัย ปัญหาสตรีและเด็ก คนพิการ มีผู้สูงอายุมากขึ้นเป็นภาระต้องดูแล

สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรธรรมชาติ
1) แหล่งน้ำธรรมชาติ ในพื้นที่จังหวัดยโสธรมีแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แม่น้ำชีไหลผ่านพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด บริเวณอำเภอเมืองยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวัง (ยาว 110 กิโลเมตร) ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังมีลำห้วยสำคัญ ๆ ไหลผ่านพื้นที่ตอนเหนือและตอนกลางของจังหวัด เช่น ห้วยสะแบก ห้วยลิงโจน ลำห้วยโพง ลำเซบาย ลำน้ำยัง ลำน้ำทวนและแหล่งน้ำอื่น ๆ เช่น หนอง บึง มีอยู่ทั่วไป ซึ่งหลายแห่งมีสภาพตื้นเขิน เก็บกักน้ำได้ปริมาณน้อย เป็นปัญหาค่อนข้างมาก สำหรับปริมาณน้ำฝนตกในรอบ 5 ปี (2547-2551) เฉลี่ยประมาณ 1,352 ม.ม. ต่อปี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
2) ป่าไม้ จังหวัดยโสธรไม่มีเขตอุทยานแห่งชาติ , ไม่มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเป็นส่วนมาก จำนวน 712,822 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 27.41 ของพื้นที่จังหวัด ในจำนวนนี้เป็นป่าที่เสื่อมโทรม จำนวน 470,861 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.11 ของพื้นที่จังหวัด เนื่องจากการลักลอบตัดไม้ทำให้สภาพป่ามีสภาพเสื่อมโทรม และมีการถางป่าเพื่อทำเป็นพื้นที่เพาะปลูกและเพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้ที่ดินป่าเสื่อมโทรม กรมป่าไม้ได้มอบให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมดำเนินการออกเป็นที่ดิน สปก. 4-01 และพื้นที่ป่าสงวน ฯ ยังมีสภาพป่าอยู่ 241,961 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 33.94 ของพื้นที่ป่าสงวนหรือร้อยละ 9.30 ของพื้นที่จังหวัด ถือว่ามีป่าค่อนข้างน้อย
3) ลักษณะของดิน พื้นที่ในจังหวัดยโสธร มีลักษณะต่าง ๆ โดยเป็นดินปนทราย 306,899 ไร่ หรือร้อยละ 11.79 ของพื้นที่จังหวัด ดินเค็ม (ปานกลางและน้อย) 140,255 ไร่ หรือ ร้อยละ 5.39 เป็นดินตื้นปนกรวดและดินภูเขา 68,117 ไร่ หรือร้อยละ 2.62 และตามข้อมูล กชช.2ค. มีจำนวนหมู่บ้านที่มีปัญหาคุณภาพดิน ระดับมาก จำนวน 270 หมู่บ้าน ระดับปานกลาง 241 หมู่บ้าน รวมเป็น 511 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 57.74 ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ถือว่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพดินค่อนข้างมาก

คุณภาพสิ่งแวดล้อม
1) คุณภาพน้ำและปริมาณน้ำเสีย
ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นในทุกเขตเทศบาลเมืองยโสธรและเทศบาลตำบลทุกแห่ง และ อบต. บางแห่ง มีน้ำเสียจากบ้านเรือนและสถานประกอบการต่าง ๆ สำหรับแหล่งน้ำในพื้นที่ไร่นามีลักษณะเสื่อมโทรมและน้ำเสียจาการทิ้งขยะเศษวัสดุเหลือใช้ลงสู่แหล่งน้ำ การที่น้ำฝนและกระแสน้ำชะล้างผิวดินที่มีสารพิษ/สารเคมีตกค้างลงสู่แหล่งน้ำ เกษตรกรชำระล้างเครื่องมือในการฉีดสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ
การจัดการน้ำเสีย ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองยโสธร มีระบบบำบัดน้ำเสีย ส่วนในพื้นที่ชุมชนเทศบาลตำบลต่าง ๆ ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย สำหรับแหล่งน้ำในไร่นามีสารพิษจากสารเคมีจากการเพาะปลูกข้าว / พืชไร่และพืชผัก และยาปราบศัตรูพืชเป็นตัวก่อให้เกิดน้ำเสีย ในอนาคตจะมีปัญหาน้ำเสียมากขึ้นได้ ต้องรณรงค์ให้เกษตรกรปลูกข้าว / พืชไร่ และพืชผักปลอดสารพิษ
2) ปริมาณขยะและกากของเสีย
ในพื้นที่เทศบาลเมืองยโสธร มีปริมาณขยะเฉลี่ย 25 ตันต่อวัน ในเขตเทศบาลตำบล 5-10 ตันต่อวัน ซึ่งในพื้นที่ชุมชนทุกแห่งโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองยโสธรและเทศบาลตำบลทุกแห่ง รวมทั้ง อบต.บางแห่ง มีปริมาณขยะตกค้าง เนื่องจากมีประชากรในเขตชุมชนเพิ่มขึ้น มีจำนวนรถบรรทุกขยะไม่เพียงพอและที่ทิ้งขยะอยู่ไกลหรือไม่เหมาะสม สำหรับในเขตเทศบาลเมืองยโสธรมีระบบกำจัดขยะและมีพันธะสัญญารับขยะจากเทศบาลตำบล และ อบต. ใกล้เคียงมาจำกัดด้วย ทำให้ปัญหาขยะลดลง แต่ในอนาคตจะมีปัญหาหากสถานที่ทิ้งขยะเริ่มเต็ม จะมีปัญหาขยะมากขึ้นตามลำดับ
3) มลพิษทางอากาศและเสียง
ในพื้นที่เทศบาลเมืองยโสธร และเทศบาลตำบลทุกแห่ง รวมทั้งเขตชุมชนของ อบต. มียานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมไม่มาก แม้จะมีควันพิษและเสียงดังจากยานยนต์และโรงงานอยู่บ้างแต่ไม่อยู่ในเกณฑ์อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

สรุปสถานการณ์ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
จุดแข็ง มีแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอ น้ำท่าเพียงพอ น้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ดี มลพิษน้ำเสีย ขยะและกากของเสีย มลพิษทางอากาศและ ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อประชาชน
จุดอ่อน มีสภาพป่าเหลือน้อย คุณภาพดินไม่ดี ไร่นามีสารพิษจากสารเคมีตกค้าง คุณภาพน้ำจะมีปัญหาในอนาคต ขยะและกากของเสียเริ่มมีปัญหาเป็นมลพิษต่อประชาขน

ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ

ป่าไม้
จังหวัดยโสธร มีป่าสงวนแห่งชาติเป็นจำนวน ๒๗ ป่า เป็นพื้นที่ประมาณ ๗๑๒,๕๐๐ ไร่ ประมาณร้อยละ ๒๗ ของพื้นที่จังหวัด ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง และป่าดงดิบแล้ง อำเภอเลิงนกทามีพื้นที่ป่ามากที่สุด รองลงมาคืออำเภอกุดชุม
แหล่งน้ำธรรมชาติ
ยโสธรมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญคือ แม่น้ำชี และมีลำห้วย ลำธาร คลอง เป็นจำนวนมากถึง ๓๙๕ สาย หนองบึง ๗๓๒ แห่ง น้ำพุน้ำซับ ๖ แห่ง

แม่น้ำชี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านหลายจังหวัดในภาคอีสานแล้วไหลเข้าจังหวัดยโสธรที่อำเภอเมือง ฯ ผ่านอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอวังค้อ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูลในเขต อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำชีมีน้ำไหลตลอดปี
che0001
ลำทวน มีต้นกำเนิดในเขตอำเภอทรายมูล ไหลผ่านอำเภอเมือง ฯ ไปบรรจบแม่น้ำชีในเขตอำเภอเมือง ฯ ลำเซบาย มีต้นกำเนิดจากภูเขาในเขตอำเภอเลิงนกทา แล้วไหลผ่าน อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว แล้วไหลลงแม่น้ำมูลในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ลำเซบายมีน้ำไหลตลอดปี

ลำน้ำโพง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในเขตอำเภอเลิงนกทา ไหลผ่านเขตอำเภอกุดชุม อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว แล้วไหลลงลำเซบาย ลำน้ำโพง มีน้ำไหลเกือบตลอดปี

2127_1
ลำน้ำยัง มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาภูพานในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ไหลผ่านเข้าสู่จังหวัดยโสธรที่อำเภอเมือง ฯ แล้วไหลลงแม่น้ำชี ลำน้ำยังมีน้ำไหลเกือบตลอดปี

นอกจากลำน้ำสำคัญดังกล่าวแล้ว ยังมีหนองน้ำ บึง อยู่บริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายสำคัญ ๆ ได้แก่ หนองอิ่ง บึงโดน กุดแหลม กุดมน กุดกะเหลิบ บึงหนาด หนองบอน บึงผือฮี เป็นต้น

1303634981_191837769_13-60-

ข้อมูจาก : http://www.yasothon.go.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s